1. กับดักของอีโก้ที่คิดว่า "ฉันสมดุล ฉันดีแล้ว"
ศรีมาตาจีสอนในการบรรยาย "Evening before Birthday Puja" เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 1993 ว่า การที่ใครบางคนเริ่มใช้ความคิดวิเคราะห์และสรุปเอาเองว่า "ไม่มีอะไรผิดพลาดเกี่ยวกับตัวฉันเลย" หรือคิดว่า "ฉันถูกต้องอย่างแน่นอน" คนเหล่านี้จะถูกแรงเหวี่ยงหนีศูนย์กลางของความจริงผลักออกไปจากสหจะโยคะในไม่ช้า. ท่านกล่าวต่อไปในสุนทรพจน์เดียวกันนี้ว่า หากบุคคลใดคิดว่าตนเองสูงส่งกว่าผู้อื่นหรือมีความเป็นบุคคลนิยม (Individualistic) มากเกินไป พวกเขาจะพบว่าเป็นเรื่องยากที่จะเติบโต เพราะความพึงพอใจในตนเองที่ผิดพลาดจะกลายเป็นเครื่องกีดขวางการพัฒนาทางจิตวิญญาณ.
2. ความเป็นหนึ่งเดียวกัน (Collectivity)
ศรีมาตาจีเน้นย้ำในการบรรยายเรื่อง "Self Realization" ณ กรุงปารีส เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 1980 ว่า สภาวะที่แท้จริงคือการที่โยคีกลายเป็นส่วนหนึ่งของส่วนรวม (The Whole) โดยไม่มี "ผู้อื่น" อีกต่อไป. ท่านเปรียบเทียบใน "Public Program" ณ กรุงบรัสเซลส์ เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 1982 ว่า หากนิ้วมือข้างหนึ่งเจ็บปวด นิ้วอื่นๆ และทั้งร่างกายจะเข้าไปช่วยดูแลโดยไม่ถือว่าเป็นภาระหรือการทำบุญคุณต่อกัน เพราะมันคือร่างกายเดียวกัน. ดังนั้น การมองว่าผู้อื่นเป็น "ภาระ" จึงเป็นสัญญาณว่าโยคีคนนั้นยังไม่บรรลุความตระหนักรู้แบบกลุ่ม (Collective Consciousness) อย่างแท้จริง.
3. การแก้ไขตนเองแทนการจับผิดผู้อื่น
ท่านสอนในการบรรยาย "Talk About Nizamuddin" เมื่อวันที่ 1 มกราคม 1970 ว่า กฎพื้นฐานคือการมองดูข้อดีของผู้อื่นและมองหาข้อบกพร่องในตนเองเพื่อแก้ไข (Introspection). ในการบรรยาย "Public Program" ณ นครซิดนีย์ เมื่อวันที่ 27 มีนาคม 1981 ท่านกล่าวว่าการวิพากษ์วิจารณ์โยคีคนอื่นนั้นแย่มาก เพราะไม่มีอะไรจะโง่เขลาไปกว่าการที่มือข้างหนึ่งพยายามจะตัดนิ้วของมืออีกข้างหนึ่งของตนเอง.
4. พลังของกลุ่มในการชำระล้าง
ศรีมาตาจีให้คำแนะนำในการบรรยาย "Advice at Chelsham Road" เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 1981 ว่า ในช่วงแรกอาจมีคนในกลุ่มที่เดินหน้า 5 ก้าวและถอยหลัง 6 ก้าว ซึ่งเป็นเรื่องปกติของกระบวนการปรับสมดุล แต่เมื่อทุกคนอยู่ในสภาวะแห่งความตื่นรู้ ทั้งหมดจะเคลื่อนที่ไปพร้อมกันเหมือนคลื่นในมหาสมุทรที่ยิ่งใหญ่. ท่านย้ำในการบรรยายเรื่อง "The Culture of Sahaja Yoga" เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 1983 ว่า การเติบโตจะเกิดขึ้นได้ผ่านพลังของกลุ่มเท่านั้น หากใครพยายามแยกตัวออกไปเพราะคิดว่าตนเองดีกว่า เขาจะเหี่ยวเฉาไปเหมือนเล็บที่ถูกตัดออกจากนิ้ว.
5. สภาวะพยาน (Witness State)
หากพบโยคีที่สร้างปัญหา ศรีมาตาจีสอนในการบรรยาย "Public Program" ณ เมืองนิวพอร์ต เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 1982 ให้เราเป็น "พยาน" ต่อเหตุการณ์นั้นด้วยความสงบและเป็นกลาง โดยไม่ปล่อยให้พฤติกรรมที่ไม่สมดุลของผู้อื่นมาทำลายความปิติ (Joy) ภายในของเรา. ท่านกล่าวเสริมในการบรรยาย "Evening before Birthday Puja" เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 1993 ว่าหากบุคคลใดเป็นอุปสรรคต่อส่วนรวมอย่างแท้จริง พลังแห่งความจริงจะจัดการให้คนเหล่านั้นออกไปจากระบบหรือปรับปรุงตัวโดยอัตโนมัติเอง.
**สรุปคือ** ศรีมาตาจีสอนว่าโยคีที่สมดุลอย่างแท้จริงจะไม่รู้สึกว่าใครเป็นภาระ แต่จะมองเห็นความงดงามในทุกคน และใช้ความสมดุลของตนเองเพื่อดึงดูดและยกระดับผู้อื่นในกลุ่มให้ก้าวไปพร้อมกัน